บางกอก ซี ไลฟ์ โอเชียนเวิลด์

บางกอก ซี ไลฟ์ โอเชียนเวิลด์ หรือ สยามโอเซียนเวิลด์ เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่บริเวณชั้น B1 และ B2 ของศูนย์การค้าสยามพารากอน ถนนพญาไท เขตปทุมวัน พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้มีการจัดแสดงสัตว์น้ำระดับโลกที่มีเนื้อที่กว้าง 10,000 ตารางเมตร หรือ เทียบเท่าสนามฟุตบอล 2 สนาม ถูกจัดให้เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งแรกใจกลางเมืองแห่งแรกของไทย บางกอก ซี ไลฟ์ โอเชียนเวิลด์ ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 1.2 พันล้านบาทโดยดำเนินการก่อสร้างพร้อมกับศูนย์การค้า ทั้งนี้เพื่อยกระดับมาตรฐานให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมแก่นักท่องเที่ยว โดยเริ่มเปิดทำการในวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2548 ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิด พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้ขึ้น ภายในพิพิธภัณฑ์มีการแสดงสัตว์น้ำทั้งสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สายพันธุ์ปลาจากทั่วโลกทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม รวมถึงปลาหายากและปลาที่อยู่ในเขตร้อนชื้นและป่าดิบชื้น ซึ่งมีการตกแต่งให้เสมือนอยู่ในแหล่งธรรมชาติจริงๆ และการดูแลเหล่าสัตว์น้ำเป็นอย่างดี ซึ่งสายพันธุ์ปลาหายากได้แก่ ฉลามเสือทราย, ปลาแอลิเกเตอร์ และอีกมากมาย รวมถึงโซนจัดการแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชมนั้นมีถึง 7 โซนด้วยกัน โดยจะแบ่งเป็นโซนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโซนปลาทะเล, …

Read More บางกอก ซี ไลฟ์ โอเชียนเวิลด์

เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะใจกลางเมือง ที่หอศิลป์

หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดงานแสดงศิลปะไม่ว่าจะเป็นรูปปั้น ภาพวาด หรือภาพเขียนที่สวยงาม ซึ่งนักท่องเที่ยวมักเรียกสั้นๆว่า หอศิลป์กรุงเทพ ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานครซึ่งอยู่ใกล้กับสยามและ MBK อยู่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สนามกีฬาแห่งชาติ หอศิลป์กรุงเทพ เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2537 โดยกลุ่มศิปินร่วมสมัยแห่งประเทศไทยรวมกัยจัดแสดงผลงานขึ้น ครั้งแรกมีการจัดงานแสดงที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อให้ทุกคนเห็นพ้องกันว่าสมควรที่จะมีพื้นที่สำหรับแสดงผลงานของหอศิลป์ จุดประสงค์เพื่อแสดงให้เห็นถึงศิลปะและวัฒนธรรมไทยเดิมให้คงอยู่และศึกษาแก่คนรุ่นหลัง แต่เดิมหอศิลป์ได้มีการอนุมัติงบประมาณในการก่อสร้างในปี พ.ศ. 2539 สมัย ดร.พิจิตร รัตตกุล ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครโดยมีการผลักดันให้มีหอศิลป์ขึ้นโดยใช้พื้นที่สี่แยกปทุมวัน แต่โครงการดังกล่าวต้องยุติลงในช่วงที่ สมัคร สุนทรเวช ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครสมัยต่อมา ซึ่งได้มีการยกเลิกโครงการดังกล่าวและใช้พื้นที่นี้มาสร้างเป็นห้างสรรพสินค้าทำให้คณะศิลปะในแขนงต่างๆรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก ได้มีการเคลื่อนไหวเรียกร้องมาตลอด จนกระทั่งถึงสมัยของ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ได้เห็นถึงความสำคัญของศิลปะและวัฒนธรรมไทยที่มีมายาวนานจึงได้ดำเนินการให้สร้างหอศิลป์ขึ้นมาอีกครั้งด้วยงบประมาณถึง 509 ล้านบาท เพื่อให้กรุงเทพเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมและศิลปะ โดยสร้างขึ้นในพื้นที่เดิมและเปิดทำการในวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา สำหรับภายในหอศิลป์นั้นถูกออกแบบมาให้เป็นทรงกระบอก เป็นเชื่อมต่อระหว่างอาคารด้วยทางเดินวนแต่ละบริเวณมีการตกแต่งด้วยงานศิลปะตามพนังทางเดินโดยการบอกเล่าความเป็นมาของไทย นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงรูปปั้นศิลปะต่างๆ และโรงละครขนาดเล็กจุได้ 220 ที่นั่ง

Read More เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะใจกลางเมือง ที่หอศิลป์

วัดอรุณ ฯ วัดที่โดดเด่นริมแม่น้ำเจ้าพระยา

วัดอรุณราชวราราม หรือเรียกกันอีกชื่อว่า วัดแจ้ง หรือเรียกชื่อสั้นๆว่า วัดอรุณ เป็นวัดโบราณสถานแห่งหนึ่งที่สร้างขึ้นมากว่า 200 ปีแล้วสันนิฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยวัดตั้งอยู่ทางฝั่งธนบุรี ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพ ฯ วัดอรุณราชวราราม ถูกสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมทีถูกเรียกว่าวัดมะกอก ในช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา ต่อมาถูกเรียกว่า วัดมะกอกนอก เนื่องจากมีการสร้างวัดอีกแห่งหนึ่งขึ้นในเวลาต่อมา ซึ่งอยู่ในเขตเดียวกันคือ วัดนวลนรดิศ และถูกเรียกว่า วัดมะกอกใน ต่อมาหลังจากนั้นในช่วงปี พ.ศ. 2310 ในสมัยของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงตั้งราชธานีกรุงธนบุรีขึ้น และได้พระราชทานชื่อวัดอรุณใหม่ว่า วัดแจ้ง โดยในสมัยนั้นมีความเชื่อว่า สมเด็จพระเจ้าตากสิน เสด็จมายังวัดอรุณในช่วงรุ่งแจ้ง หรือรุ่งเช้า แต่ความเชื่อดังกล่าวนั้นผิดซึ่งมีข้อมูลเกี่ยวกับ เพลงยาวหม่อมภิมเสน วรรณกรรมสมัยอยุธยาที่บรรยายการเดินทางจากอยุธยาไปยังเพชรบุรี ได้ระบุชื่อวัดนี้ไว้ว่าชื่อวัดแจ้งมานานแล้ว โดยวัดอรุณนั้นมีการออกแบบคล้ายกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ในสมัยอยุธยา ซึ่งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังที่ประทับด้วย ต่อมาในช่วงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระดำริให้ปฏิสังขรณ์วัดแจ้งใหม่ทั้งหมด จนถึงรัชสมัยของ สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงพระดำริสร้างพระปรางค์หน้าวัดให้สูงขึ้นซึ่งพระปรางค์ถูกบูรณะต่อเติมหลายครั้งจนกระทั้งถึงช่วงรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และได้พระราชชื่อวัดใหม่ว่า วัดอรุณราชวราราม

Read More วัดอรุณ ฯ วัดที่โดดเด่นริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ภูเขาทอง จุดชมวิวของพระนคร

บรมบรรพต หรือ คนส่วนใหญ่มักเรียกกันว่า ภูเขาทอง เป็นพระเจดีย์ของบนภูเขาจำลองซึ่งเป็นพระเจดีย์ที่อยู่ภายในวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ซึ่งเป็นพระเจดีย์ที่มีการจำลองภูเขาในช่วงสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ. 2408 จุดประสงค์เพื่อทรงดำริสร้างพระปรางค์ย่อมุมไม้สิบสองขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเขตพระนคร โดยเป็นจำลองคล้ายกับพระเจดีย์ที่วัดภูเขาทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่ในช่วงการสร้างครั้งแรกพระเจดีย์ไม่สามารถรับน้ำหนักดินเลนได้ จึงถล่มลงมา ต่อมาในช่วงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระดำริ ให้บูรณะพระบรมบรรพตอีกครั้ง ซึ่งมีความแข็งแรงมั่นคงมากกว่าเดิม โดยยอดเจดีย์มีการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ พระบรมบรรพตนั้นมีความสำคัญต่อประชาชนในเขตพระนครมาก ในช่วงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 120 ปี มีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ภายในบริเวณวัดสระเกศ รวมถึง พระบรมบรรพตด้วย ปัจจุบันพระบรมบรรพต ถือว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีความสำคัญและโดดเด่นมากที่สุดแห่งหนึ่งในพื้นที่ใกล้เคียงกับเขตพระนคร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย โดยเป็นพื้นที่ที่มีบ้านเรือนและสิ่งก่อสร้างสมัยเก่ามากมาย เป็นจุดชมวิวสูงที่สุดในบริเวณโดยรอบ ที่ความสูง 59 เมตร มีทางขึ้น – ลง 2 ทาง นอกจากนี้ยังมีการจัดงานพิธีห่มผ้าแดงบรมบรรพตโดยจัดขึ้นในช่วงวันลอยกระทง ซึ่งพิธีดังกล่าวจะจัดขึ้นต่อเนื่องกันถึง 10 วัน โดยภายในบริเวณวัดจะมีการจัดนิทรรกาล ซุ้มขายอาหาร, ขนมไทยต่างๆให้เลือกมากมาย ในช่วงแรกๆยังไม่มีการเรียกชื่อว่า ภูเขาทอง แต่นั่นเพราะว่าลักษณะของทางขึ้นพระบรมบรรพตและพระเจดีย์สีทองอร่ามสวยงาม ทำให้มีการเรียกแทนพระบรมบรรพตว่า ภูเขาทอง

Read More ภูเขาทอง จุดชมวิวของพระนคร